ผ้ายันต์

ผ้ายันต์ เป็นหนึ่งในเครื่องรางของขลังที่มิความชถังความศักดิ์สิทขึ้และอยู่คู่คนไทมาตลยดขนถึงมีขจุบันนี้คำว่า “ยันต์” ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานพ.ศ.๒d๕๒ให้ความหมายไว้ว่า ดรางหรือลายเส้นเป็นตัวเลข อักขระหรือรูปภาพที่เขียน สักหรือแกะลักลงบนแผ่นผ้า ผิวหนัง ไม้โลหะ เป็นตันถือว่าเป็นของขลัง เช่น ผ้ายันต์ตรีนิสิงเห ยันต์พระเจ้า ๕ พระองค์ เรียกเสื้อหรือผ้าที่มีลวดลายเช่นนี้ว่ เสื้อยันต์ ผ้ายันต์ เรียกกิริยาที่ทำเช่นนี้ว่า ลงยันต์ ลงเลข

ผ้ายันต์ คือเครื่องรางของขลังชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นผ้าผืนน้อยขนาดเท่ากับผ้าเช็ดหน้า มีสีแดง ขาว และ สีเหลือง มีอักขระโบราณและตัวเขเป็นร้อยเป็นพันเขียนโยงใยเป็นรูปสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม แปดหลี่ยม เล็กบ้างใหญ่บ้างแดกต่างกันบางผืนมีรูปภาพเทวดา รูปภาพผู้หญิง รูปภาพลัตวัชนิดดำงๆบางผืนลงเส้นสยละเอียดยิบเป็นที่นำอัศจรย์ใจแก่ผู้พบเห็น เพระไม่นำเชื่อว่าจะเกิดจากฝีมือมษย์ผู้เป็นพระเกจิอาจารย์ที่วบรวมลาธิ
ถ่ายทอดวิชาอาคมผ่านอักษรและตัวเลขลงบนผืนผ้ที่ละผืน และผ้าผืนน้อยนี้แหละที่มีพุทธคุณมากมายยิ่งนัก

ผ้ายันต์ เป็นเครื่องรางของขลังที่นิยมแพร่หลายมาตั้งแต่ยุดโบราณ และผ้ยันต์เป็นหนึ่งในเครื่องรางของขลังที่มีความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ และอยู่คู่คนไทยมาตลอดจนถึงปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นที่ปันที่ทำงาน ร้านด้ขาย ร้านเสริมสวย ในรถ ในเรือ หรือนำพกติดตัวไป
ไหนมาไหน”พุทธคุณของผ้ายันตัแต่ละผืนไม่เหมือนกันแล้วแต่ผู้ทำจะทำเพื่อให้มีพุทธคุณทางดันไหน เช่น เมตตามหาเสน่ห้ ค้าชาย อยู่ยงคงกรพัน ป้องกันโภ้ยไช้เจ็บป้องกันภัย

บางสำนักก็จะนิยมนำเอาภาพสัญลักษณ์ครื่องรางของขลังบางชนิดเช่นหนุมาน นางกวัก พญาเดา นกตุ้ม ท้วเวสสุวรรณ ฯลฯ มาเขียนและลงอักระบนผ้ายันต์ปัจจุบันการทำผ้ยันต์ยิ่งแตกแขนงออกไปตามวิวัฒนาการเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีเครื่องปั๊ม ปั๊มที่เป็นผันผืนเรียกชื่อก็แดกต่งออกไปแล้วแต่ผู้ทำ

ผ้ายันต์
ผ้ายันต์

Talisman talisman is one of the talisman talisman that has a sense of honor and resilience. There is a present that has become a symbol of “Talisman” in the Royal Institute Dictionary B.E. 2 2552 meaning that Make a track or draw numbers in numbers. Characters or pictures written Tattoo or sheep stealing on a piece of cloth, skin, wood, metal, tons, considered as a talisman, such as tri-singhanant talisman fabric. Five gods called clothes or cloths with patterns like this. Enter the number.

Talisman is a talisman that is a small piece of cloth equal to the size of a handkerchief. There are red, white, and yellow. There are ancient characters and hundreds and thousands of characters. Some are different, some of them have angels. Picture woman Picture of Lat Lat Watchidit, some black lines down the fine lines

that bring miracles to the spectators I do not believe that it will be caused by the skill of a monk who gathered together to teach the magic through letters and numbers on each piece. And this little piece of fabric has many great virtues.

Talisman talisman fabric is a talisman that has been popular since ancient times. And the talisman is one of the magical talismans Holiness And have been with Thai people until now, whether it is a place to share work, a beauty shop, in a car, in a boat, or to take with you. Who will do in order to have Buddha’s virtue, such as the mercy of the male trade in Yong Kongkorn thousands. Anti-wealth, injury, protection

Some schools would like to use images of some magical symbols such as Hanuman, Nangkwak, Phaya Dao, Nok Loi, Vesuwan, etc. to write and put on the cloth. According to the evolution of modern technology with pumps The pump is called a diversion, depending on the manufacturer.

ขอบคุณสาระจาก Goole

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่นี่

การปลุกเสกปลัดขิก

การปลุกเสกปลัดขิก เริ่มต้นจากการคัดสรรไม้มงคล เช่น ไม้มะขาม (คนจะได้เกรงขาม) ไม้มะยม (จะได้มีคนนิยมชมชื่น) ไม้รัก (มีเสน่ห์คนรักใคร)ไม้ดูน (ค้าขายรวยเป็นทวีคูณ) ไม้สัก (มีลาภยศศักดิ์ตรี) ที่เลือกใช้กันมากคือแก่นไม้ดูน เมื่อได้ไม้แล้วก็เอามาแกะสลัก เกลากลึงให้เป็นรูปปลัดขิกอย่างประณีตสวยงามตามขนาดที่ต้องการ

มีทำตั้งแต่ขนาดเล็กจิ๋วถึขนาดใหญ่เท่าของจริง (หรือขนาดใหญ่กว่าของจริงก็มี)บางอาจารย์ก็จะแกะสลักรูปลิงขี่หลังไว้ตรงโดนด้วย เชื่อกันว่าเพิ่มความเข้มขลัง เพราะลิงมีความไวจะได้ขายของหมดไวร่ำรวยไว เจาะรูตรงโคน

สำหรับร้อยเชือกให้เรียบร้อยแล้วพระเกจิอาจารย์ผู้มีวิชาหรือผู้มีวิทยาคมจะนำมาทำพิธีลงอักขระลงอาคมทั้งสองข้างหรือรอบตัวของปลัดขิกโดยอักขระที่ลงส่วนมากจะใช้คาถาหัวใจโจร ที่ว่า
“กันหะเนหะ” ด้วยความหมายที่วโจรเป็นผู้ทำลายล้าง การปลุกเสกปลัดขิก การใช้คาถาหัวใจโจรจึงเป็นการใช้เกลือจิ้มเกลือ ให้โจรทำลายล้างสิ่งไม่ดีของโจรให้หมดไป หรือคาถาอื่นๆ ที่จะมีคำว่ อะ อ มะ หรือโอม เป็นคำสรรเสริญองค์เทพ เมื่อลงอักขระเสร็จแล้วจะนำมาทำพิธีปลุกเสก

ยิ่งอาจารย์ก่นใดที่เข้ขลังจริงๆ จะปลุกเสกจนปลักขิกวิ่งชนกันเสียงดังอยู่ในบาตร หลังจากนั้นจะลงรักปิดทองกำกับหรือถักเชือกเสกหุ้มห่อหรือสายไว้ผูกเอวก็แล้วแต่ผู้ทำ ปัจุบันปลัดขิกเป็นที่นิยมของพ่อค้าแม่ขาย อ้กระที่ลงบนปลัดขิกจึงนันบทที่มีคุณในทางดัาขายดี
(บ้างว่าเอาปลัดขิกใส่ไว้ในกระป้องเงินตอนขายของ

เงินจะไหลเข้ากระป้องไม่ขาดสาย)ผู้ที่ซื้อหามาไว้ครอบครองบ้างก็เอามาผูกเอว บ้างก็เอามาบูชาขึ้นหิ้ง ปัจจุบันมีห้อยเป็นพวงกุญแจด้วยมีเรื่องเลขานถึงความขลังของปลัดขิกอยู่เรื่องหนึ่ง ยายเหมือนมีอาชีพตัดของในสวนขาย สมัยก่อนถนนหนทางยังไม่สะดวกสบายเหมือนสมัยนี้

การปลุกเสกปลัดขิก
การปลุกเสกปลัดขิก

การบูชาปลัดขิกนั้นแล้วแต่แหล่งที่สร้างจะกำหนดคาถา ตามวิชามีหลายคาถา บูชาดีๆ จะขายร่ำวยเร็ว และด้วยปลัดขิกนั้นมีสรรพคุณทางมีเสน่ห์ สาวรักสาวหลง หรือแม้แต่คุยกับบุรุษด้วยกันยังราบรื่น บางคาถาจึงติดไปทางทะลึ่งๆ จึงจะขลังเห็นผลดี

ข้อดีของปลักชิกคือไม่มีข้อห้ามในการครอบครอง
จึงไม่ต้องถังวลว่าจะเผลอทำในสิ่งที่ต้องห้าม แต
ก็มีข้อเสียตรงที่ว่าหากผู้ครอบศรองหมั่นบูชาแล้ว
นำไปปฏิบัติในทางที่ไม่เหมาะ

เช่น ไปทำให้สาวรัก
หลงแล้วทิ้ง ก็จะทำให้เกิดปัญหา บางรายทำร้าย
ถึงฆ่ากันตายก็มีส่วนตัวผู้ครอบครองที่จะเป็นบาป
เป็นเวรเป็นกรรมคิดตามกันไปไม่มีที่สิ้นสุด ฉะนั้น
การดำรงตนให้อยู่ในศึธรรมนั้นดีที่สุด

การปลุกเสกปลัดขิก
Consecration

Sacrifice in solitude Beginning with the selection of sacred wood such as tamarind wood (people will be afraid), gooseberry wood (will be popular with people to admire), love wood (charming, who loves) Dune wood (Trading is rich in multiples) Teak (with fortune, rank, Sak Sak), the most widely used is the Dunwood core.

When he got the wood, he carved it. Chamfer transforms into a neat and elaborate shape, as desired Available in sizes from tiny to as large as the real thing (Or even larger than the real thing), some teachers will also carve a monkey riding on the back directly. Believed to increase the magical intensity Because monkeys are sensitive, can sell out quickly, get rich quick Perforating the base for

Finished tightening the rope, the monk, the teacher who has the subject or the magician, will bring the ritual to sign the magic on both sides or around the body of the Buddhist priest. That says “” Gunah Neha “with the meaning that the bandits are devastating The use

of spells in the heart of thieves is the use of salt. For the robbers to destroy all the bad things of robbers Or other incantations that will have the word Ama or Om as a praise to the gods When the characters are finished, they will be brought to chant the ceremony.

Any teacher that is really magical Will chant until the Kik will run and crash into the alms bowl After that, garnishing, gilding, directing or weaving a rope, wrapped in a shroud or a cord to bind the waist, depending on the maker. Currently, Palikkhik is

ขอบคุณสาระจาก Goole

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่นี่

ตะกรุด

ตะกรุด เป็นครื่องรางของขลังชนิดหนึ่งจัดอยู่ในกลุ่มที่นักเล่นนิยมมากที่สุด เพราะมีพระพุทธคุณคีรอบดำน ทั้งด้นแดล้วดลาดเมตตามหานิยม เสน่ห์โชคลาภเลื่อนยศ เลื่อนขั้น ทำมาดขายร่ำรวยแล้วแต่อาจารย์ผู้สร้างจะอธิษฐานจิตลงไป ล้วนแต่มีวิชาอาคม อิทธิ
มหามงคลสารพัดประการตะกรุดส่วนมากจะทำตัวยโลหะบางๆ เช่น แผ่นเงิน แผ่นทอง
แผ่นนาก แผ่นตะกั่ว นอกจากนี้จะมีไม้มงคล ไม้ไผ่ กระดูกสัตว์ แต่ตะกรุดยุคโบราณหรือตะกรุดยุคเท่าส่วนมากทำตัวย “เนื้อตะกั่วสังขวานร” คือ ตะถั่วที่รีดบางและลอักขระ ส่วนโลหะอื่นๆ นั้นเป็นยุรองลงมา ขนาดของตะกรุดจะมีหลายขนาด มีตั้งแต่ ๑ นิ้ว ไปจนถึง ๖ นิ้ว

การปลุกเสกตะกรุด

ขั้นตอนการปลุกเสกตะรุดมีหลายแบบแล้วแต่วิทยาคมและความแก่กล้ำของผู้ปลุกเสก โดยทั่วไปจะนำแผ่นโลหะหรือวัสดุยื่นลงอักขระแล้วม้วนกลมให้มีรูตรงกลางไว้สำหรับร้อยเชือกเพื่อล้องตอหรือดาดแขน ตาดเอว บางตำราใช้ถักเชือกลงรักปิดทอง บ้งนำผงที่ปลุกเสกแล้วมาบรรจุใสในไม้วกหรือนำมาพอกก็มี แต่ส่วนมากนิยมใช้โลหะทำตามสรรพคุณ เช่น แผ่นทอง ให้ผลทางเมตตามหานิยม ไปไหนใครเห็นใครรัก ซื้อง่ายขายคล่องแผ่นเงิน ให้ผลทางอยู่ยงคงกระพันแผ่นนากหรือทองแดง ให้ผลทางปลอดภัยแคล้วคลาดเมื่อทำเสร็จแล้วจะเรียกตะกรุดตามลักษณะ คือ ถ้ดอกเตียวเรียก ตะรุดโทน สามดอกและเป็นโลหะสามชนิด (ทอง, เงิน, นาก)เรียก ตะกรุดสามกษัตริย์ ถ้สิบหกดอกเรียก ตะกรุดโสฬส

ตะกรุด
ตะกรุด

The Takrut is a type of talisman which is classified as the most popular players. Because there is a Buddha Khun Ki Dam Both of them are already new, slopes, mercy, great popularity Charm, fortune, promotion, rank, promotion, make a good fortune, but the creator will pray your mind All have magic Influence
auspicious things in many respects. Most Takrud will make a thin metal body such as silver plate, gold plate, otter sheet, lead sheet. In addition, there will be auspicious wood, bamboo, animal bones, but ancient Takrud or Takrud era as much as behaving. The “Lead Meat Sangkhwanwan” is a roasted peanuts and thin characters. Other metal parts That was a minor offseason. There are many sizes of the Leathernecks, from 1 inch to 6 inches.

Sepak Takraw

There are many different ways to start the chakra depending on the sciences and the aging of the chakras. Generally, a piece of metal or material is sticking onto the character and then rolled up with a hole in the center for the rope to be bent or padded at the arm with a thin waist. Some of the blessed powder was put in clear wooden or masked. But most of the popular uses of metal as properties such as gold plate to give mercy towards great popularity. Where to see? Who loves? Easy to buy, easy to sell, money sheet Resulting in an invincible path, swordfish or copper sheet The safe way to escape when done, will call the Takrud according to the characteristics, if the Tia Dok is called three-tone red talisman and three kinds of metal (gold, silver, swordfish), called the Three Kings Takrud If sixteen flowers are called Takrud Sorot

ขอบคุณสาระจาก Goole

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่นี่

เครื่องรางของขลัง

เครื่องรางของขลังทั้งหลายที่มีอยู่บนโลใบนี้ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าเกิดที่ชาติใดก่อนและเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไร แต่เท่าที่รู้กันทั่วไปก็จะเห็นว่าชนเกือบทุกชาติมักจะมีเครื่องรางของขลังไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้คลายวิตกกังวลด้วยกันทั้งสิ้น อีกทั้งยังมีความเชื่อความศรัทธาว่าเศรื่องรางของขลังช่วยเสริมความเป็นสิริมงคล ช่วยปกป้องคุ้มครองป้องกันภยันตรายทั้งหลายทั้งปวงได้

เครื่องรางของขลังนี้ได้มีผู้สันนิษฐานไว้ว่า ในสมัยโบราณผู้ชายต้องเข้าป้ ล่สัตว์ ต้องผชิญกับภัยธรมชาติ ไชปั สัตว์ร้ายนานาชนิด บางคนโชคร้ายต้องตายกลางป้ก็มี คนเราจึงต้องหาที่พึ่งทางใจโดยการสมมติเอาสิ่งของเป็นตัวแกนนสิ่งที่ตัวเองบูชา เคารพนับถือ เพื่อนำติดตัวไปในขณะที่ออกป้ ทำให้มีขวัญกำลังใจที่ดีและเกิดสติตามมาจนคาดการณ์อะไรล่วงหนได้แม่นยำเหมือนเป็นลางสังหรณ์ ของสิ่งนั้นจึงถูกเรียกว่า “เครื่องลาง” คือเครื่องบอกเหตุ
สามารถบอกได้ถูกต้องว่าควรไปหรือไม่ควรไป ต้องเดินทางไปทางทิศไหนจึงจะปลอดภัย (ในภายหลังจนถึงปัจจุบันเรียกกันว่า”เครื่องราง”)

ต่อมาเมื่อมีชนผ่าเกิดมากขึ้นจึงมีการสู้รบแย่งชิงพื้นที่ทำกินกัน คนที่สู้รบชนะกลับมาโดยไม่บาดเจ็บเลยก็เข้าใจว่าเครื่องรางที่ตัวเองนำติดตัวไปนั้นมีความขลังมากจึงทำให้แคล้วคลาดจากคมหอกคมดาบเครื่องรางจึงถูกเรียกต่อมาว่า”เครื่องรางของขลัง” ซึ่งมีความหมาย
โดยรวมว่เป็นสิ่งของที่ตักดิ์สิทธิ์ คอยชี้นำและปกป้องคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย
สำหรับในประเทศไทยเรานั้น เครื่องรางของขลังก็มีมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล แต่มาเฟื่องฟูมากที่สุดในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งในขณะนั้นกรุงศรีอยุธยาต้องทำการศึกกับประเทศพม่าเป็นเวลานานจึงมีการทำเครื่องรางของขลังขึ้น

เพื่อให้ผู้ชายที่ออกทำตึกนำติดตัวไปเป็นขวัญกำลังใจ ทำให้จิตใจฮึกเหิมห้าวหาญไม่กลัวข้าศึก สมัยนั้นเครื่องรางของขลังที่ทำขึ้นมาเพื่อใช้ออกศึกสงครามก็มีพวกตะกรุดผ้ายันต์ เสื้อยันต์ ที่คาดหัว ลูกอม ท่อนหวาย แต่ที่มักจะขาดไม่ได้คือชายผ้าซิ่นของแม่ที่ถือว่เป็นเครื่องรางของขลังชั้นสูง จากที่ทำเครื่องรางของขลังธรรมดาที่ละชิ้นที่ละอันก่อนที่จะมีศึกสงคราม ก็ต้องทำทีละมากๆ เพื่อนำไปแจกจ่ยให้กับทหารหาญที่จะออกทำตึกจึงกลายเป็นว่าการทำเครื่องรางต้องมีพิธีกรรมที่ยิ่งใหญ่ และไหนๆ

เครื่องรางของขลัง
เครื่องรางของขลัง

All the talisman amulet that exists on thisloo has not been proven by any existence before or when. But as is generally known, it can be seen that almost every nation has a talisman to hold the mind to relieve anxiety together. There is also a belief that beliefs and talismans enhance good fortune Can protect, protect, and protect against all dangers
Orphan Lassen 1

This amulet is assumed that In ancient times, men had to enter the animal shelter, had to deal with the perils of life, various kinds of beast Some people are unlucky to die in the middle of the year. People then have to find a way to rely on them by assuming that they are the things they worship and to carry with them while they are

out there. Resulting in good morale and resulting in unconsciousness that can be precisely predicted as a premonition That thing is called “omen” which is a sign
Can tell correctly whether to go or should not go Must travel in which direction to be safe (Later to the present, known as “amulets”)
Orphan Lassen 1

Later, when there were more cuts, there was a fight for the cannibal area. Those who fight to win back without injury, understand that the amulet that they carry with them is very magical, therefore, to be safe from the sharp spear of the sword, the amulet was later referred to as the “amulet of charm” which has meaning.

Overall, it is a sacred item. Guiding and protecting to be safe
For us in Thailand Talismans have existed since ancient times. But the most flourishing in the Ayutthaya period At that time, Ayutthaya had to fight with Burma for a long time and therefore had talismans.

ขอบคุณสาระจาก Goole

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่นี่